เพื่อนดูหนัง : Departures

posted on 19 Jun 2009 01:44 by patsleep

ผู้กำกับ : โยจิโร  ทาคิตะ  (Yojiro Takita)

เขียนบท : คุนโด โคยามา

นักแสดง : มาซาฮิโระ โมโทกิ (Masahiro Motoki)

               เรียวโกะ ฮิโรสุเอะ (Ryoko Hirosue)

               ซึโตมุ ยามาซากิ (Tsutomu Yamazaki)วันที่เข้าฉาย : 18 มิถุนายน 2552

ที่ฉาย : Hose Rca,Scala,Siam

 

ถ้าไม่อยากรู้เนื้อเรื่องก่อน อย่า อ่านเนอะ เพราะ มีสปอยบ้าง แต่ ก็ ไม่เยอะ

 

ไปดูมาแล้วครับสำหรับหนังเรื่องนี้   ตั้งหน้าตั้งตารอตั้งแต่ได้ข่าวเลยว่าจะเข้าไทย

แม้ตอนแรก ดูเหมือนว่าจะเข้าที่ Hosw Rca ที่เดียวก็ตาม ก็ว่าจะตามไปดู 

เล็งๆไว้ว่าจะไปดูวัน เสาร์ ที่ 20 มิถุนายน รอบบ่ายๆ 

เพราะถ้าไปเย็นๆ  ตอนกลับบ้าน รถติดอนาถแน่นอน 

ยิ่งวันธรรมดา ไม่ต้องพูดถึง นั่งอยู่บนรถ

สามารถอ่าน เทวากับซาตาน จบเป็นเล่มๆได้เลย(เวอร์ไปไหม)

 

วันนี้ (18 มิถุนายน) ตอนบ่าย2

ลองเข้าไปดูรอบหนังที่ Apex ว่าจะหาหนังนอกกระแสดูแก้เซ็ง

ก็ต้องตกใจปนดีใจ เพราะว่า Departures เข้าที่ สกาล่า และ สยามด้วย

แล้วจะมัวช้าอยู่ใย ว่าแล้วก็ออกจากบ้าน ตรงไปจองตั๋วรอบ 18.30 ทันที

 

..............................................

 นั่ง 140 ลง เพชรรามา แล้วรีบเดินจ้ำอ้าว ไปยังโรงหนังสยามทันที

ขณะจะเดินลัดไปรับแอร์ ที่เซนทรัลเวอร์ นึกขึ้นได้ว่า จะไปดูหนัง ญี่ปุ่น

เลยแวะ ISETAN ซื้อ ชูครีม ลูก ละ 30 บาท ติด มือไป 2 ลูก 

กะว่า เอาบรรยากาศญี่ปุ่น ด้วยชูครีมกับดูหนังนี่ละวะ

 

--------------------------------------------------------------------

หนังเริ่ม ด้วย การเดินทางของพระเอก ไป ยังบ้านกลางหิมะหลังหนึ่ง เพื่อ ทำการตกแต่งศพ (โนคังฉิ)

เริ่มมาฉากแรก นี่ ก็ทำเอา ขนลุกไปนิดนึง กับพิธีกรรมตกแต่งศพ ก่อนส่งไปภพหน้า

ซึ่งเราจะได้เห็น ทุกขึ้นตอนเลยที่เดียว ตั้งแต่เริ่ม จุดธูปไหว้ศพ ไปยัน ยกศพเข้าโลง 

หนัง จะให้ เราได้เห็นถึงมารยาทของคนเป็นที่มีต่อศพ

รวมทั่งการเคลื่อนไหวในตอนจัดแต่งศพ

และ ข้อห้ามต่างๆ เช่น ห้ามให้ญาติผู้ตาย เห็นผิวหนังศพใต้ร่มผ้า

ผมดูแล้ว คิดว่า มันเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่ง สงบ เยือกเย็นสุขุม 

ศิลปินค่อยๆประดิษฐ์ ประดอยผลงาน 

ซึ่งส่วนตัว ผมคิดว่า มันสัมพันธ์ กับ วิถีชีวิต และ วัฒนธรรมต่างๆ ของคนญี่ปุ่น

ทั้งวัฒนธรรมการชงชา ที่ช้าและสงบ หรือวิชาการต่อสู้ ของญี่ปุ่น

ยกตัวอย่างเช่น การใช้ดาบแบบ อิไอ  

ที่ถือเป็นศิลปะดาบขั้นสูงที่ใช้ความสงบและเรียบง่าย

 

จากนั้น หนังจะตัด ฉากมายัง อดีตของตัวเอก ก่อนจะมาเป็น โนคังฉิ

ตัวเอก เป็น นักเล่นเชลโลคนหนึ่ง ที่หลังจากวงโดดยุบ ก็หมดกำลังใจจะเล่นต่อ

(อันนี้ ผมก็ยัง งง ว่า ทำไมไม่ลองสู้ตามความฝันอีกนิด

แต่มองอีกมุมก็คือ พระเอก ประมาณตัว และกลัวแฟนลำบากเรื่องค่าใช้จ่ายกระมัง)

สุดท้าย จึง ย้ายกับบ้านนอก กับไปยังบ้านของแม่พระเอก

  

และ พระเอกของเรา ในยามเช้า ของวันรุ่งขึ้น ก็เปิดหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

เจองานที่เขียนว่า Departures

เขาคิดว่า เป็นงานเกี่ยวกับ ทัวร์ท่องเที่ยว จึงรีบไปสมัครในทันที

พอรู้ความจริงพระเอก ก็ไม่กล้าที่จะทำ

แต่ เห็นค่าจ้างที่ตกวันละ 5 แสนเยน ถึงกับต้องลองทำดู

และหลังจากที่เขา เห็น การทำงาน ของประธานบริษัท

พระเอกจึงเกิดความรู้สึก บางอย่างขึ้นกับตัวเอง 

และหลังจากนั้น เขาก็ เริ่มเข้าใจในอาชีพตัวเองมากขึ้น

จนกระทั้ง ภรรยาของเขา รู้ความจริง และ ทนไม่ได้ กับงานของพระเอก

(ตรงจุดนี้ อารมณ์ของหนัง พยายามทำให้รู้สึกว่า

งานตกแต่งศพ เป็นงานที่สกปรก คลุกคลีกับคนตาย

แต่ภาพที่เราเห็นตอนพระเอก ตกแต่งศพมันกับเป็นงานศิลปะ ชั้นเลิศ

เชื่อเลยว่า ในใจหลายๆคนที่ดูตอนนี้ จะรู้สึกว่า นางเอกแม่งไม่รู้อะไรเลย

เคยไปดูไหมงานของสามีนะ ก่อนจะว่า นะเคยไปดูไหม)

และ ภรรยาก็จากไป

 

พระเอก คิดจะเลิกทำงาน แต่แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนความคิด

เพราะท่านประธาน ได้สอนอะไรบางอย่างให้

พระเอก ทำงานอย่างเข้าใจมากขึ้น

และว่างๆ ก็ไปเล่นเชลโล ณ เนินเขา ริมเขื่อน(ส่วนตัว เรารู้สึกว่ามันประดิษฐ์ ไปนิด)

พระเอกบรรเลงเพลง คล้ายกับว่า งานที่เขาทำ ได้ให้ความรู้สึกเข้าใจชีวิต

เพลงที่ออกมา ก็เหมือนกับ จะได้แรงบันดาลใจมากจากชีวิตที่หมดลมแล้วเหล่านั้น

 

 

ผ่านไป ไม่นาน นางเอกกับมาหาพระเอก พร้อม บอกว่า ตัวเองท้อง

และ เอยปากให้พระเอก เลิกทำงานนี้

เพราะ ถ้าลูกออกมา แกจะภูมิใจได้อย่างไรกับพ่อที่ทำอาชีพนี้

และ ลูกก็คงโดน เพื่อนๆ ล้อ  พระเอกนิ่งไปก่อนที่โทรศัพท์จะดัง

ปลายสายบอกว่า งานเข้า พระเอกจึงรีบไปครั้งนี้นางเอกตามไปด้วย

และ พระเอก ก็ โชว์การแต่งศพให้เห็น จนนางเอกถึงกับร้องไห้ด้วยรอยยิ้ม

ประมาทว่า เข้าใจในทันทีถึงความ สำคัญของอาชีพโนคังฉิ

 

และในช่วงสุดท้าย  และ ศพสุดท้าย พระเอกไม่ยอมตกแต่งศพ

แต่ในขณะ ที่มีพนักงานขนศพจากที่อื่น กำลังจะนำศพใส่โลง

พระเอก จึง เข้าขว้างไว้ ด้วยอารมณ์โกรธกริ้ว

คนขนศพตกใจ  นางเอก หันไป บอก คนขนศพว่า

"สามีดิฉัน เป็น โนคังฉิ ค่ะ"  ..............

 

หลังดู จบ บอกได้เลยว่า ไม่เสียดายตังเลย

เพราะ ชูครีม 2 ลูก 60 บาท อร่อยมาก ฮาฮาฮา

ไม่ใช่ๆ หนังก็ไม่เสียดายตังเหมือนกันครับ 

ดูจบแล้ว ชอบมากกว่า Tokyo Tower เสียอีก

Departures ทำเอาผม น้ำตาซึม อยู่หลายรอบ

 แต่ไม่ถึง กับปล่อยโฮ ออกมา (เรื่องเดียวที่ทำได้คือ Away 1)

แต่สิ่งที่ได้ จาก หนังจบคือ ความสงบ และ เห็นถึงคุณค่าของชีวิต

ของขวัญชิ้นสุดท้าย ที่คนอื่นมอบให้เรา คือ โลงศพ

 

ก่อนจบ บทสนทนาที่แสนยาวนี้  มีประโยคหนึ่ง จากหนังที่ชอบมากๆ

นางเอก "ฉันไม่ได้หวังอะไรมากมาย แค่อยากให้คุณมีอาชีพ ธรรมดาๆ"

พระเอก "แล้ว โนคังฉิ มันไม่ธรรมดาตรงไหน ใครๆก็ตายกันทั้งนั้น

             ทั้งเธอและฉัน มันเป็นเรื่องธรรมดา"

 

edit @ 19 Jun 2009 01:48:57 by ~Pat[S]leep~

edit @ 19 Jun 2009 01:50:31 by ~Pat[S]leep~

สัพเพเหระ 1

posted on 12 May 2009 05:10 by patsleep

นานเท่าไรแล้วนะ ที่บ้านเราฝนไม่ตกหนัก และนานขนาดนี้

ถ้าไม่คาดเคลื่อน ฝนเริ่มตก ราวๆ 4 ทุ่ม ตอนนี้ ตี 4 ครึ่งแล้ว

ยังไม่มีทีท่าว่าเม็ดฝนจะเหนื่อยอ่อนแต่อย่างไร

จะมีก็แต่ เสียงฟ้าร้อง ที่ หายเงียบไป ตั้งแต่ ตี 2 กว่าๆ

 

แล้วพรุ่งนี้ แถวบ้านจะไปทำงานกันได้ไหมนี่ 

น้ำต้องท่วมซอยอย่างไม่ต้องสงสัย

ออกไปดักรอ ถ่ายรูป เก็บภาพ ผู้คนเดินลุยน้ำไปทำงานคงดีไม่น้อย

เพราะแถวบ้าน ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ

 

พรุ่งนี้น้ำในคลองคงเออล้นตาหลิ่ง

ฝูงปลาที่ทนร้อนหมกตัวอยู่ในโคลน คงสดชื่นและร่าเริงผิดปกติ

ตัวเหี้ย คงแอบมาด่อมๆมองๆ เล้าไก่ในสวนอย่างสบายอารมณ์

เพราะคงง่ายต่อการที่มันจะลากเหยื่อลงไป ปรุงรดในน้ำ..... ก็น้ำในคลอง เออล้น ซะขนาดนั้น

 

ตอนพระอาทิตย์ขึ้น บรรยากาศพรุ่งนี้ คงสดชื่นน่าดู   

สำหรับต้นไม้และพืชพรรณนะ ไม่ได้หมายถึงคน  

คนคงไม่อยากตื่นมาสดชื่นในยามเช้าหรอก

พราะ อากาศดีอย่างนี้ ในเมืองกรุงมันหายากอยู่  สู้นอนอุดตุ รับอากาศดีๆ อย่างนี้ดีกว่า

 

คงมีคนแถวบ้าน ไปทำงานสายแน่ๆ พรุ่งนี้ 

แต่เชื่อเถอะคงไปทำงานสายอย่างภูมิใจ เพราะมีข้ออ้างมาเป็นกระบุง

ฝนตกน้ำท่วมซอยครับ  ฝนตกรถเลยติดค่ะ  ออกจากซอยไม่ได้เลยมอเตอร์ไซค์ไม่วิ่งน้ำมันท่วมสูง

กลัวโรคฉี่หนูค่ะ เลยไม่กล้าเดินลุยน้ำ ฯลฯ

จะมีใครบอกบ้างไหมหนาว่า อากาศมันดีอ่ะครับ เลยนอนเพลินไปหน่อย  

จากสถานการณ์แล้ว ถ้าใครวางแผนจะไปถ่ายรูปพรุ่งนี้

แนะนำสวนสาธารณะอย่าแรง เพราะ มีต้นไม้เยอะ

หลังฝนตกนี่ คงเขียวชอุ่มไปทั่ว

หรือจะไปถ่ายหยดน้ำที่เกาะติดตามใบไม้ ดอกไม้ ก็ได้อารมณ์สดชื่นๆ ไม่น้อย

ใครไปถ่ายรูปก็ ช่วยถ่าย ผู้คนที่วิ่งออกกำลังกายตอนเช้ามาให้ยลด้วยนะ 

คืออยากรู้ว่า ฝนตกอย่างนี้จะมีคนไปวิ่งเยอะไหม  แต่เดาได้เลยว่า คนมีอายุเกิน 40 เยอะแน่นอน

 

สวนสาธารณะแถวบ้านนี่  คล้ายๆศูนย์รวมประวัติศาสตร์ชาวบ้านเลยละ 

เท่าที่จำความได้ไปวิ่งออกกำลังกายเมื่อใด จะต้องเห็นผู้สูงอายุมากมายทุกที

แล้วไมได้มาคนเดียว  แต่มาเป็นทีมกันเลยทีเดียว วิ่งไปคุยสัพเพเหระไป

ไอ้หนุ่มๆอะนะ 4-5 รอบ(รอบละ 1 กิโลเมตร) ก็จะแย่แล้ว

แต่ผู้สูงอายุเหล่านี้ กับวิ่งได้ เกิน 10 รอบ กันเลยทีเดียว

 

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่หนุ่มๆ อย่างเราอยากลองดี  

เลยรอให้ผู้สูงอายุ ท่านหนึ่ง ที่เรา เห็นทันทีรู้เลยว่า อายุ 50ขึ้นแน่ๆ

เราปล่อยให้ท่านวิ่งนำไปก่อน จากนั้นเราจึงวิ่งตาม เราอยากดูสเตป การวิ่งของแกนะ 

ผ่านไป 3 รอบ ความรเวของเราเริ่มตกละ แต่ของแกยังสม่ำเสมออย่างที่สุด

และแก ก็ค่อยๆ เป็นจุดเล็กๆ ที่ปลายสายตา 

วิ่งครบ 5 รอบ เราก็เดิน ผ่อนครายกล้ามเนื้ออีก1รอบ

เดินๆอยู่ แกคนเดิม วิ่งสวนขึ้นไป และ กลายเป็นจุดเล็กๆ อีกครั้ง

มันนายอายจริงๆ คนหนุ่มๆ อย่างเรานี่

 

ขอให้พรุ่งนี้เช้าฝนหยุดตก ขอให้เราได้ตื่นไปถ่ายรูปยามเช้าที่สดใส

สุดท้ายนี้ ขอ ให้ ผมนอน หลับ ทีเถอะครับบบบบ....

 

edit @ 12 May 2009 05:13:38 by ~Pat[S]leep~

สายลมตลอดไป

posted on 01 Feb 2009 20:03 by patsleep
 ในวันที่ ลมหนาว พลิ้วไหว ส่งเสียง วีดวิว   

ยังมี . . .

ชายหนุ่ม และ หญิงสาว คู่หนึ่ง  ยืน ประสานสายตา  

แววตาของทั้ง คู่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก บางอย่าง

 

ชายหนุ่มขยับมือไปมา

หญิงสาวยืนมองชายหนุ่มด้วยสายตาแน่วนิ่ง

ขณะ ที่ ริมฝีปากของ ชายหนุ่ม กำลัง จะเอ่ยบางอย่างออกมา

ชายหนุ่มพลัน หมุนตัว  หันหลังให้กับหญิงสาว

ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างช้าๆ

พร้อมกับอดีต ที่ลอยกลับมา.....

   

..........ความรักในตอนแรกเริ่ม เหมือนดัง สายลมที่แผ่วเบา

ค่อยๆพัดพาความสุข เข้ามา

นานวัน และ นานวัน

จากสายลมที่ ค่อยๆพลิ้วไหวอย่างเงียบสงบ...

พลันเปลี่ยนไป

 

สายลมไหล อย่างรวดเร็ว

เร็วขึ้น  และ เร็วขึ้น

จน เรา   ต้อง สร้าง ที่กำบัง เพื่อ ปิดบัง และป้องกัน ความรู้สึกบางอย่าง

  

นานวันและนานวัน

 

สายลม พัดเร็วขึ้นเรื่อยๆ

เกิดการหมุนวน ................วน วน วน 

วนและวน

จนเป็นพายุ ลูกหนึ่ง

 

เมื่อไม่เข้มแข็งพอ ที่จะอยู่ท่ามกลางพายุ ที่นับวันจะยิ่งเติบโต

ย่อมต้อง โดน พัดปลิว  

ความเจ็บปวด ที่ อยู่ในพายุ

ไหล เข้าสู่ผิวกายอย่างรวดเร็ว

 ความเจ็บปวด ที่ คนทั่วไป ไม่สามารถ เข้าใจได้  เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ถ้าไม่เคย ลิ้มลอง ด้วยตัวเอง  คงมิอาจเข้าใจอย่างถ่องแท้

 

นานเท่าไร ไม่รู้

พายุพลันสงบลง

สิ่งที่เหลือไว้  มีเพียง  เศษซาก แห่งความรู้สึก

 

สิ่งที่ได้ใน ตอนต้น  กับสิ่งที่ได้ ในตอนจบ

คือความต่าง กันอย่างสุดขั้ว

มันคุ้มกันไหม?....

  

.............ชายหนุ่มใช้มือขวาทาบที่หัวใจของตัวเอง

ไม่นานนัก ก็เปลี่ยนเป็นกำมือ พร้อมกับลืมตาขึ้นช้าๆ

 

แววตาของชายหนุ่ม เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งชีวิต

 เป็นแววตาที่ มุ่งมั่น และ แน่ว แน่  ชายหนุ่ม หันหน้า  เข้าหาหญิงสาวอีกครั้ง

สายลม ค่อยๆ ก่อเกิด  และไหลเวียนไปอย่างช้าๆ รอบๆ คนทั้งคู่

  

ชายหนุ่ม ยืนมือขวาที่ยังคงกำแน่นไปยังเบื้องหน้าหญิงสาว

พร้อมเงยหน้า  ใช้แววตา สบตากับหญิงสาว

ไม่นานนัก ชายหนุ่มค่อยๆแบมือ

 

มือ ได้ถูกแบบออก พร้อม กับคำว่า รัก ที่เอ่ย จากปากชายหนุ่ม

ชายหนุ่มภาวนาในใจ  ขอให้สายลมนี้  เป็นสายลมไปตลอดกาล

  

หญิงสาวยังคงยืนนิ่ง  สายตาจับจ้องไปที่แววตา ของชายหนุ่ม

สายลม หอบหนึ่ง พลัน ลอยเอื่อยๆ  มายั้ง ทั้งคู่

พร้อมกับ คำพูดของหญิงสาว

ขอให้เธอ เป็นสายลม อย่างนี้ตลอดไป   

พลันปรากฏรอยยิ้ม ของกันและกัน       

edit @ 1 Feb 2009 20:08:28 by ~Pat[S]leep~